เรียน ท่านลูกค้าผู้มีอุปการคุณ หุ้นส่วนธุรกิจ และพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท ทุกท่าน
 

     ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา กิจการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการค้ารถยนต์ ต่างได้รับผลกระทบจากนโยบายรถคันแรก โดยผลของนโยบายดังกล่าว ได้ส่งกระทบต่อทั้งความต้องการซื้อรถยนต์และราคารถใช้แล้วในช่วงเวลาต่อมา ซึ่งในส่วนของความต้องการนั้น นโยบายรถคันแรกส่งแรงกระตุ้นทำให้ยอดขายรถยนต์ในปี 2555 และ 2556 เติบโตสูงขึ้นผิดปกติจากปีก่อนหน้ามาก เมื่อรถยนต์ที่ได้รับจองซื้อได้ถูกส่งมอบไปจำนวนมากแล้ว ตัวเลขความต้องการซื้อรถยนต์ที่ลดลงจึงเริ่มปรากฏให้เห็น โดยเริ่มมีการชะลอตัวตั้งแต่ครึ่งปีหลังของปี 2556 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

     ทางด้านราคารถใช้แล้ว ผลจากการปรับลดราคาลงของรถยนต์ใหม่ ทำให้ราคารถใช้แล้วต้องปรับราคาลงตาม เมื่อผนวกเข้ากับความต้องการที่ถูกดูดซับไปกับนโยบายรถคันแรก และสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงเป็นลำดับ ทำให้ตลาดรถใช้แล้วตกอยู่ในภาวะซบเซา

     ผลกระทบดังกล่าวข้างต้น ส่งผลต่อกิจการต่างๆ ทั้งด้านผู้ผลิตรถยนต์ที่ต้องผลิตตามใบจอง เมื่อผู้จะซื้อทิ้งใบจอง จึงเกิดปัญหารถล้นสต็อค , ในด้านผู้ค้ารถยนต์ใช้แล้ว ราคารถที่ปรับลดลงทำให้เกิดภาระขาดทุนจากการขายรถในสต็อคที่ซื้อมาในราคาเก่า  รวมทั้งยอดขายที่ชะลอตัวทำให้การขายฝืดเคือง ผู้ค้ารถยนต์ใช้แล้วบางรายที่ไม่สามารถทนต่อปัญหาได้ต้องปิดตัวลง สำหรับผู้ประกอบการให้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ก็เกิดภาระขาดทุนจากการขายรถยึด โดยรถยนต์ที่ผู้ประกอบการให้สินเชื่อเช่าซื้อ เคยใช้เป็นทรัพย์หลักประกันในการป้องกันความเสี่ยงด้านเครดิต ไม่สามารถทำงานตามกลไกราคาตามปกติ ผลกระทบต่างๆที่เกิดขึ้น ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ของกิจการต่างๆในวงการค้ารถยนต์

     สำหรับบริษัท ลีสซิ่งไอซีบีซี  (ไทย)  ก็ถือเป็นกิจการแห่งหนึ่งในกลุ่มผู้ประกอบการให้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ที่ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน โดยบริษัทฯเริ่มสังเกตเห็นสัญญานความผิดปกติในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2556 และเริ่มออกมาตรการต่างๆเพื่อแก้ไขตั้งแต่ไตรมาส 3 เป็นต้นมา ซึ่ง ณ ปัจจุบัน บริษัทฯมีความมั่นใจว่า ผลกระทบจากภาวการณ์ดังกล่าวยังคงเหลืออยู่เล็กน้อย และคาดว่าจะหมดไปในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งการอ้างอิงนี้เช่นนี้สามารถสะท้อนได้จาก เปอร์เซ็นต์ NPL ของบริษัทฯที่เริ่มปรับลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมา (ทั้ง ๆ ที่ยอดหนี้คงค้างลดลงตามการชะลอตัวของธุรกิจ) และผลประกอบการที่เริ่มปรับเป็นกำไรในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา

     แต่ด้วยผลกระทบจากภาวการณ์ทางธุรกิจที่ยังคงส่งผลอยู่ บริษัทฯ จึงยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่เกิดวิกฤต บริษัทฯได้มีการปรับเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในหลายส่วนงาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สามารถกลับมาฟื้นตัวได้ในปัจจุบัน ตลอดจนบริษัทฯ ได้นำสิ่งที่ได้เรียนรู้ มาปรับแนวทางการทำธุรกิจใหม่ ให้มีเสถียรภาพมากขึ้น บริษัทฯ จึงมีความเชื่อมั่นว่า หากภาวการณ์ทางธุรกิจกลับเข้าสู่สภาพปกติ บริษัทฯ จะสามารถกลับมาสร้างผลประกอบการที่ดี และมีเสถียรภาพมากขึ้นกว่าช่วงก่อนหน้านี้

     ท้ายนี้ ในนามของพนักงานบริษัทฯ ผมใคร่ขอขอบคุณลูกค้า หุ้นส่วนธุรกิจ และพันธมิตรทางธุรกิจทุกท่าน ที่ได้ให้การสนับสนุนธุรกิจของบริษัทฯ ตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา  

ด้วยความเคารพและนับถือ
 
องอาจ  วรฉัตรธาร
กรรมการผู้จัดการ
บริษัท ลิสซิ่งไอซีบีซี (ไทย) จำกัด