เทรนด้านดิจิตอลและโซเชียล มีเดีย ในวงการรถยนต์ ต้องเร็วและแรงถึงจะถูกใจผู้บริโภค


ที่มา เวเบอร์ แชนด์วิค

เทรนด้านดิจิตอลและโซเชียล มีเดีย ในวงการรถยนต์ ต้องเร็วและแรงถึงจะถูกใจผู้บริโภค (DIGITAL COMMUNICATION & SOCIAL MEDIA TRENDS FOR AUTOMOBILES)

ปัจจุบัน นี้ปฎิเสธไม่ได้ว่ากระแสการสื่อสารด้านดิจิตอลและโซเชียล มีเดีย ได้เข้ามาบทบาทและอิทธิพลกับทุกวงการ และได้กลายมาเป็นช่องทางการทำตลาดของแบรนด์สินค้าและบริการเพิ่มมากขึ้น จึงต้องมีการแข่งขันเพื่อให้คอนเทนท์น่าสนใจและเข้าถึงผู้บริโภคได้มาก ที่สุด และในครั้งนี้ แผนกคอนซูเมอร์ อินไซด์ ของแมคแคน เวิล์ดกรุ๊ป ได้เผยผลการศึกษาพฤติกรรมเชิงลึกของผู้บริโภคประจำเดือน เกี่ยวกับความก้าวหน้าในวงการอุตสาหกรรมรถยนต์ เพื่อดึงผู้บริโภคให้ติดตามและเข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุด ดังนี้

1. Virtual Test Drive
ความ ก้าวหน้าของดิจิตอลเทคโนโลยีที่เรียกว่า Virtual Test Drive ทำให้ผู้บริโภคที่ชื่นชอบในรถยนต์ได้รู้สึกเหมือนทดลองขับรถรุ่นใหม่ๆในท้อง ตลาดโดยไม่ต้องไปนั่งอยู่ในรถจริงๆ โดยที่ผ่านมาแบรนด์รถยนต์ต่างๆ ได้หันมาใช้ Virtual Test Drive กันอย่างแพร่หลายทั้งในรูปแบบของจีพีเอส (GPS), แอพพลิเคชั่นของโทรศัพท์ (Mobile apps) หรือ Augmented reality หรือการนำเอาโลกเสมือนมาผสานกับโลกจริง เพื่อสร้างความสนุกตื่นเต้นไปกับลูกเล่นใหม่ๆของการทดลองรถ เพิ่มกระแสให้กับรถที่กำลังจะออกสู่ตลาดและตอกย้ำ แนวความคิด (Philosophy) ของ แบรนด์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

2. Screen Hopping
ใน ปีนี้วงการรถยนต์สร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับผู้บริโภคในการรับชมโฆษณาทาง ทีวี เพื่อสร้างกระแสความน่าตื่นเต้นให้กับรถรุ่นใหม่ โดยอาศัยเทคโนโลยีที่เรียกว่า ‘Screen Hopping’ มาทำให้ทีวีเกิดการสื่อสารแบบสองทาง หรือ Two-way communication โดยการใช้สื่อแบบ Cross-platform ระหว่างทีวีและสมาร์ทโฟน โดยที่ผู้ชมสามารถเป็นผู้กำหนดการเคลื่อนไหวของสิ่งที่อยู่ในโฆษณาผ่านมือ ถือได้แบบเรียลไทม์ ในเวลารับชมโฆษณา

3. Brand Landmark
จาก กระแสที่ผู้บริโภคชอบแสดงออกความเป็นตัวเองผ่านสังคมออนไลน์ (Social Networks) ส่งผลให้โซเชี่ยล เกมมิ่ง (Social gaming) กลายมาเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำหรับการสร้างแบรนด์ของบรรดาผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำ โดยมีวัตถุประสงค์ให้ผู้บริโภคได้สร้างสังคมใหม่ผ่านเกมส์ และยังช่วยให้รถรุ่นนั้นๆเป็นที่พูดถึงในสังคมออนไลน์ รวมถึงสื่อสารความเป็นแบรนด์ผ่านประสบการณ์ที่ใหม่และสนุก โดยมักจะสร้างแอพพลิเคชั่นเกมที่มีลูกเล่นของ Location-based services ซึ่งสามารถแชร์ผ่าน Social Network Platform เช่น ลิงด์อิน (Linkedin) หรือเฟสบุ๊ค (Facebook)

4. Live Interaction
‘การ มีส่วนร่วม’ กลายเป็นหัวใจหลักในการดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคในสิ่งแวดล้อมที่เต็มไป ด้วยสื่อโฆษณานอกบ้าน (Out Of Home- OOH) ปัจจุบันจะเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคมีประสบการณ์ร่วม (Live-Interactivity) โดยใช้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วยให้คนเดินถนนสามารถโต้ตอบกับสื่อ OOH ไม่ว่าจะเป็นการทวีต (tweet),การข้อความ (sms) และการเช็ค-อิน (check-in) จากมือถือตนเองให้ไปปรากฏข้อความที่ป้ายบิลบอร์ดโฆษณา

5. Story behind Story
เนื่องจาก ผู้บริโภคปัจจุบันรับรู้ข่าวสารมากขึ้นและเริ่มมองหาความจริงจากแบรนด์ การทำหนังสั้นดิจอตอล (Digital short films) เพื่อสร้างกระแส Viral sharing ผ่านช่องทางออนไลน์ ถือเป็นเทรนด์ที่น่าจับตามองในปีนี้ บรรดาผู้ผลิตรถยนต์พยายามนำเสนอ Digital short film ที่สื่อถึงวิสัยทัศน์ของตนเอง เพื่อให้ผู้บริโภคเชื่อใจและเข้าถึงแบรนด์ผ่านมุมมองใหม่ๆ

6. Response-ability
การ สร้างความสัมพันธ์กับชุมชนออนไลน์เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่แบรนด์ผู้ผลิต รถยนต์เริ่มหันมาให้ความสำคัญอย่างมาก และทั้งนี้เพราะผู้บริโภคยุคนี้กล้าที่จะวิพากษ์วิจารณ์และชอบแชร์ความเห็น ของตนให้ผู้อื่นรับรู้ผ่านทางช่องทางออนไลน์ การสื่อสารแบบดิจิตอลต้องเป็นในลักษณะครอบคลุมทุกช่องทางจึงจะสามารถเข้าแก้ ปัญหาและแสดงความรับผิดชอบต่อข่าวลือแง่ลบที่มักจะแพร่กระจายอย่างรวดเร็วใน ชุมชนออนไลน์

7. Passionist Society
เทคโนโลยี และโซเชียล มีเดีย ทำให้ความนิยมของผู้บริโภคในการใช้โซเชียล เน็ตเวิร์คและออนไลน์ แอพพลิเคชั่น ที่เปิดโอกาสให้พูดคุยและและพบกับกลุ่มเพื่อนใหม่สูงมากขึ้นเรื่อยๆ เกือบทุกแบรนด์รถยนต์จึงใช้ โซเชียล เน็ตเวิร์คมาเป็นเครื่องมือในการสร้างคอมมิวนิตี้ ให้กับกลุ่มลูกค้าตนเองได้มาพูดคุยและแบ่งปันประสบการณ์ รวมถึงชักจูงให้คนอื่นมาเข้ากลุ่มที่ใหญ่ขึ้นและเกิดเป็นคอมมิวนิตี้ ที่เหนียวแน่นของลูกค้าที่ภักดีกับแบรนด์

8. Service at Hand
ปัจจุบัน แอพพลิเคชั่นของโทรศัพท์ (Mobile application) มีส่วนในการสร้างจุดเด่นให้กับรถยนต์ ค่ายรถหลายค่ายได้นำแอพพลิเคชั่นของโทรศัพท์ มาประยุกต์ใช้เพื่ออำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการในขณะขับขี่รถยนต์ เช่น แอพพลิเคชั่นที่ใช้วัดประสิทฺธิภาพการขับขี่ วัดกำลังของรถยนต์ บอกสถานะแบตเตอรี่ และให้ความช่วยเหลือเมื่อรถเสีย เรียกได้ว่าผู้บริโภคมีผู้ช่วยในการขับขี่อยู๋ในมือเลยก็ว่าได้

9. Driving Green
การ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-friendly) ได้กลายเป็นเรื่องที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญมากขึ้นโดยเฉพาะเรื่องการปล่อย สารพิษในอากาศ ดังนั้นผู้ผลิตรถยนต์จึงหันมาตื่นตัวและใช้ออนไลน์เป็นสื่อในส่งเสริมการ ขับขี่แบบ Green Driving ให้มีความน่าสนใจมากขึ้น อาทิ เว็บไซด์ในรูปแบบ Edu-tainment, การสร้างออนไลน์แอพพลิเคชั่น และ Virtual Gaming ต่างๆ เพื่อสื่อสารความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของแบรนด์ตนเอง

10. Racing towards Positivity
วงการ รถยนต์เป็นอีกหนึ่งวงการหลักที่ผู้บริโภคคาดหวังจะเห็นความเคลื่อนไหวในการ ทำสิ่งดีๆเพื่อสังคมและผู้บริโภค Digital Platforms จึงกลายเป็นช่องทางสำคัญที่ผู้ผลิตรถยนต์ใช้เชื่อมโยงผู้บริโภคจำนานมากให้ มามีส่วนร่วมกับแบรนด์ในสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อสังคมได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์ออกแบบ Co-Creation ร่วมกันระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคในการผลักดันกิจกรรมพัฒนาสังคมเชิงบวกจาก ออนไลน์สู่ออฟไลน์